Six Sigma
ความเป็นมาและความสำคัญ
ในอดีตมีน้อยคนที่จะเคยได้ยินหรือรู้จักคำว่า "ซิกซ์ซิกมา (Six Sigma) จะมีก็เป็นเพียงแค่คนในบางวงการเท่านั้นที่จะรู้และเข้าใจ แต่ปัจจุบันคำๆ นี้กลายเป็นคำที่รู้จักกันมากขึ้น เพราะ เรื่องราวความสำเร็จในการนำซิกซ์ซิกมามาใช้เป็นกลยุทธ์ในการดำเนินงานของบริษัทให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในบริษัทโมโตโรล่าที่เป็นผู้ริเริ่มนำแนวคิดนี้มาใช้ในกระบวนการผลิตตั้งแต่ปี 1979 เพื่อปรับปรุงคุณภาพ โดยพยายามลดของเสียในกระบวนการผลิตให้เกิดขึ้นน้อยที่สุดจนประสบความสำเร็จสามารถลดต้นทุนในการผลิต และ ขณะเดียวกันระดับความพึงพอใจของลูกค้าก็เพิ่มมากขึ้น นอกจากความสำเร็จที่เกิดขึ้นในบริษัทโมโตโรล่าแล้ว บริษัทเจเนอรัลอิเล็คทริกส์ (General Electric: GE) ก็เป็นอีกบริษัทหนึ่งที่นำซิกซ์ซิกมาไปใช้ในอุตสาหกรรม และประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ทำให้ ซิกซ์ซิกมา กลายเป็นที่รู้จักในวงการธุรกิจและอุตสาหกรรมทั่วไป บริษัทหลายๆ บริษัท เริ่มที่จะนำกลยุทธ์ซิกซ์ซิกมามาใช้กับบริษัทตนเอง จนปัจจุบันสามารถกล่าวได้ว่าซิกซ์ซิกมาเป็นกลยุทธ์ตัวหนึ่งที่บริษัทหรือบริษัทต่างๆ ทั่วโลกนำมาใช้เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ กลยุทธ์ซิกซ์ซิกมาจึงถือได้ว่าเป็นกลยุทธ์ระดับโลก (World-class Strategy)
ความหมายของซิกซ์ซิกมา
ซิกมา (sigma: ơ) เป็นสัญลักษณ์ในวิชาสถิติที่มีที่มาจากตัวอักษรในภาษากรีก ซึ่งใช้แทนความหมายของส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) โดยค่าซิกมายิ่งสูงแสดงว่ามีความแปรปรวนของกระบวนการยิ่งสูง ทำให้มีพื้นที่ที่อยู่นอกเหนือพื้นที่ในการยอมรับหรือในขอบเขต (space) น้อยลง ดังรูปที่ 1
รูปที่1 ค่าความแปรปรวนและคุณภาพที่อยู่ในและนอกช่วงของคุณภาพ
มุมมองของซิกซ์ซิกมา
โดยที่ในระดับ 6 ซิกมา นั้นจะยอมรับให้เกิดของเสียได้ที่ปริมาณ 3.4 ชิ้นในการผลิต 1 ล้านชิ้น หรือที่เรียกว่า 3.4 ppm (Parts Per Million) ซึ่งหากเป็นไปตามเส้นโค้งการกระจายตัวตามปกติ (Normal Distribution Curve) ที่ระดับ 6 Sigma จะมีของเสียที่อยู่นอกขอบเขตของการยอมรับเท่ากับ 0.002 ชิ้น ต่อ 1 ล้านชิ้นเท่านั้น แต่เหตุที่ซิกซ์ซิกมาที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีการยอมรับของเสียที่ 3.4 ppm ก็เนื่องมาจากในขณะที่ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ความแปรปรวนในบริษัทโมโตโรล่า ได้พบว่าไม่มีระบบการผลิตใดเลยที่จะไม่ถูกรบกวนจากสภาพแวดล้อมภายนอก นั่นคือเราไม่สามารถควบคุมปัจจัยภายนอกเพื่อไม่ให้ส่งผลถึงความเบี่ยงเบนของข้อมูลได้ ซึ่งระบบที่ไม่มีความแปรปรวนเลยจึงเป็นเพียงระบบในอุดมคติ (Ideal System)
ดังนั้นโมโตโรล่าจึงทำการเก็บรวบรวมข้อมูลใหม่ในกระบวนการผลิต เพื่อหาความแปรปรวนที่เกิดจากปัจจัยภายนอกอันส่งผลถึงการคลาดเคลื่อนของค่ากึ่งกลาง ซึ่งได้ข้อสรุปจากการวิเคราะห์คือ ค่าเบี่ยงเบนของข้อมูลอันเนื่องจากปัจจัยภายนอกมีค่าอยู่ในช่วง 1.4-1.6 เท่าของซิกม่า จึงนำค่าเฉลี่ยคือ 1.5 เท่าของซิกม่า เป็นค่าความเบี่ยงเบนของค่ากึ่งกลางข้อมูลที่ยอมรับได้นำมาใช้ในแนวคิดซิกซ์ซิกมาซึ่งค่า 3.4 ppm จึงเป็นค่าความผิดพลาดที่ 4.5 เท่าของซิกม่าตามหลักสถิตินั่นเอง โดยสามารถดูลักษณะการแจกแจงของคุณภาพตามแนวทางของซิกซ์ซิกมาได้ดังรูปที่ 2
ประโยชน์ที่ได้รับจากการนำซิกซ์ซิกมาไปใช้ในระบบ
ขั้นตอนการนำซิกซ์ซิกมาไปปฏิบัติ
ตัวอย่างการนำซิกซ์ซิกมามาประยุกต์ใช้กับกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์
Six sigma and its application to software development
Breakthrough in Delivering Software Quality: Capability Maturity Model and Six Sigma
Managing COTS Components Using a Six Sigma-Based Process
การนำซิกซ์ซิกมาไปใช้ในการพัฒนาซอฟต์แวร์
การควบคุมคุณภาพในกระบวนการการผลิต
การวัดเพื่อกำหนดเป้าหมายขององค์กร
การปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่อง
การใส่ใจต่อความพึงพอใจของลูกค้า
การลดค่าใช้จ่าย
บทสรุป
การนำไปใช้ในโครงการพัฒนาซอฟต์แวร์
การใช้ในการปรับปรุงกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ (Software Process Improvement)
Reference
[1] ดร.วิทยา สุหฤทดำรง และก้องเดชา บ้านมะหิงษ์, Six Sigma กลยุทธ์การสร้างผลกำไรขององค์กรระดับโลก, 2545
[2] Mikel Harry and Richard Schroeder, Six Sigma the Breakthrough Management Strategy Revolutionizing the Worlds Top Corporations, Currency and Doubleday, 2000
[3]
http://software.isixsigma.com
[4] Alejandra Cechich and Mario Piattini, Managing COTS Components Using a Six Sigma-Based Process, Springer-Verlag Berlin Heidelberg, pp. 553-567, 2004
[5] Laurent Duquesnoy, Jean-Luc Berger, Patrick Prevot and Francoise Sandoz-Guermond, SIMPA: A Training Platform in Work Station Including Computing Tutors, Springer-Verlag Berlin Heidelberg, pp. 507-520, 2002
[6] C. C. Shelley, Six Sigma and its application to software development, Oxford Software Engineering, 2003