EmergingIssues
From NectecPedia
โครงการศึกษาวิจัยรับมือสิ่งท้าทายอุบัติใหม่เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับประเทศไทยในอนาคต
สิ่งท้าทายอุบัติใหม่คืออะไร?
สิ่งท้าทายอุบัติใหม่ เป็นผลกระทบมาจากระบบโลกาภิวัตน์ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ในที่นี้ ได้แก่ การแก้ปัญหาอุบัติภัยอันเกิดจากปัญหาโลกร้อน การแก้ปัญหาอันเนื่องมาจากโครงสร้างของประชากรในประเทศซึ่งแนวโน้มจะมีผู้สูงอายุมากขึ้นอย่างต่อเนื่องขณะที่ประชากรวัยแรงงานลดลง ปัญหาผลกระทบจากการใช้พลังงานนิวเคลียร์ ผลกระทบจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศต่อผู้บริโภคและต่อภาคอุตสาหกรรม ปัญหาพืชและสัตว์ตัดต่อพันธุกรรม (GMOs)
ทำไมประเทศไทยจึงต้องเตรียมพร้อม
ปัจจุบันภาวะการเปลี่ยนแปลงภายใต้ระบบโลกาภิวัตน์ (globalization) ได้ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยเป็นอย่างมากและรวดเร็ว ในขณะเดียวกัน โครงสร้างของเศรษฐกิจ สังคม และประชากร ตลอดจนด้านการเมือง การปกครองในประเทศได้มีการเปลี่ยนแปลงมาเป็นลำดับ จึงมีความจำเป็นที่ประเทศไทยต้องปรับตัวให้ทันกับบริบทของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวในเชิงยุทธศาสตร์และนโยบาย ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและการเมืองการปกครองในประเทศมากยิ่งขึ้น
การศึกษาในโครงการนี้มีวัตถุประสงค์อะไร?
เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ประเด็นปัญหาท้าทายอุบัติใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับประเทศไทยทั้งในระยะสั้น ระยะปานกลาง และระยะยาว ให้สามารถปรับตัวได้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และเสนอแนะแนวทาง และยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหาที่อุบัติใหม่ (Emerging Issues) ที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย เพื่อเสนอต่อสภาที่ปรึกษาและคณะรัฐมนตรีต่อไป
ทำไมสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จะต้องทำการศึกษาวิจัยในเรื่องเหล่านี้?
สภาที่ปรึกษาฯ ในฐานะองค์กรภาคประชาชนและ สำนักงานสภาที่ปรึกษาฯ ในฐานะองค์กรสนับสนุนสภาที่ปรึกษาทางด้านวิชาการและด้านบริหารจัดการ จึงควรต้องมีการศึกษาวิจัยในลักษณะที่ก้าวข้ามปัญหาในสภาพแวดล้อมปัจจุบัน และมองไปยังอนาคต (foresight) เพื่อค้นหาประเด็นต่าง ๆ ที่เป็นนัยสำคัญของสิ่งท้าทายที่อุบัติใหม่ภายใต้อนาคตที่เป็นไปได้ และอนาคตที่พึงประสงค์ รวมทั้งเตรียมรับมือกับผลกระทบที่มาจากพลวัตใหม่ ๆ ที่กล่าวถึงข้างต้น เช่น การรับมือกับอุบัติภัยอันเกิดจากปัญหาโลกร้อน การจัดการกับความเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรในประเทศซึ่งแนวโน้มจะมีผู้สูงอายุมากขึ้นอย่างต่อเนื่องขณะที่ประชากรวัยแรงงานลดลง การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในขณะที่ตระหนักถึงผลกระทบและหาทางป้องกันผลลัพธ์ที่ไม่ถึงประสงค์ เช่น พลังงานนิวเคลียร์ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมทั้งพืชและสัตว์ตัดต่อพันธุกรรม (GMOs)
เป้าหมายการศึกษา
ได้ความเห็น ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย แนวทาง มาตรการ รวมทั้งยุทธศาสตร์เพื่อรับมือสิ่งท้าทายที่อุบัติใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยในระยะยาว โดยเสนอความเห็นและข้อเสนอแนะต่อสภาที่ปรึกษาและคณะรัฐมนตรีต่อไป
กลุ่มประเด็นที่จะทำการศึกษา และรายชื่อหัวหน้าสาขา
ประกอบด้วย ๕ ประเด็น ดังนี้
- โลกร้อน - ปัญหาโลกร้อนและผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำโดย ดร.อำนาจ ชิดไธสง
- สิ่งมีชีวิตตัดต่อพันธุกรรม - ปัญหาพืชและสัตว์ตัดต่อพันธุกรรม (GMOs) นำโดย ศ.ดร.มรกต ตันติเจริญ
- พลังงานนิวเคลียร์ - การนำพลังงานนิวเคลียร์มาใช้และผลกระทบ นำโดย นายปรีชา การสุทธิ์
- เทคโนโลยีสารสนเทศ - การแก้ปัญหาผลกระทบจากการใช้เทคโนโลยีที่มีต่อผู้บริโภค สิ่งแวดล้อม และ อุตสาหกรรม นำโดย ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล
- สังคมวัยวุฒิ - การเตรียมการเพื่อรองรับผู้สูงอายุที่มีมากขึ้นในสังคม นำโดย นพ.วิพุธ พูลเจริญ
ระยะเวลาของการศึกษา
ระยะเวลาการศึกษา นับตั้งแต่วันลงนามในสัญญาจ้าง จนถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2551
ระเบียบวิธีวิจัยและขั้นตอนการดำเนินการ
เป็นการวิจัยเชิงนโยบาย ทั้งในรูปของ documentary research การศึกษาและเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ โดยเน้นการใช้เครื่องมือการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ด้านการมองอนาคต (foresight)* เพื่อให้เห็นภาพอนาคตในเวลาอย่างน้อย 10 ปีข้างหน้า และมีลำดับขั้นการดำเนินการดังนี้
- ทำวรรณกรรมปริทรรศน์ โดยการทบทวนและสังเคราะห์เอกสาร ครอบคลุมถึงประเด็นที่อุบัติใหม่ในต่างประเทศ และแนวทางการแก้ปัญหาของต่างประเทศ และการพัฒนาใช้กับประเทศไทยในสาขาต่าง ๆ ที่กล่าวถึงข้างต้น รวมทั้งผลการศึกษาวิจัยที่ดำเนินมาก่อนหน้านี้ในด้านที่เกี่ยวข้อง
- สัมมนาระดมความคิดเห็นเฉพาะกลุ่มภายใน (foresight workshop) โดยเชิญผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งผู้ที่มีความรู้ด้านเทคนิคและไม่ใช่ด้านเทคนิค ดำเนินการโดยวิทยากรกระบวนการ (facilitator) ด้านการมองอนาคต เพื่อรับฟังวิสัยทัศน์และประมวลความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะจากนักวิชาการ หน่วยงานทั้งภาคราชการ ภาคเอกชนและองค์กรภาคประชาชน
- สัมมนาระดับชาติ 1 ครั้ง ประมาณ 300 คน เพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับรายงานการศึกษาเบื้องต้นในภาพรวม
- สัมมนาเพื่อพิจารณา ร่างรายงานการศึกษาฉบับสมบูรณ์ (draft final report) 1 ครั้ง
- สรุปรายงานการศึกษาฉบับสมบูรณ์ ในรายงานจะนำเสนอแนวโน้มของแต่ละสาขา โดยประมวลและสังเคราะห์ออกมาเป็นยุทธศาสตร์และแนวทางพัฒนาที่ควรปรับใช้กับประเทศไทยในการรับมือกับประเด็นเหล่านั้น รวมทั้งชี้ให้เห็นข้อดีข้อเสียของแต่ละยุทธศาสตร์ พร้อมทั้งเงื่อนไขความสำเร็จของแต่ละแนวทางหรือยุทธศาสตร์ที่เสนอ เพื่อให้ได้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่เป็นรูปธรรม และสามารถดำเนินการได้ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว
- นำส่งรายงานที่เสนอต่อคณะกรรมการกำกับและตรวจรับงานครั้งละประมาณ 30 ชุด รายงานการศึกษาฉบับสมบูรณ์และฉบับสรุปสำหรับผู้บริหารจะต้องเสนอในรูปของเอกสารและแผ่น ซีดี จำนวนอย่างละ 150 ชุด
(*) ได้แก่การวิเคราะห์ประเด็นอุบัติใหม่ (emerging issues analysis), การจัดทำภาพฉายอนาคต (scenario planning), การสำรวจแบบ Delphi, การวิเคราะห์แบบเป็นลำดับขั้น (causal layered analysis – CLA), และการทำแผนที่นำทาง (roadmapping) เป็นต้น สำหรับโครงการนี้จะเลือกใช้วิธีการต่าง ๆ เหล่านี้ในการระดมความคิดตามความเหมาะสม
รายละเอียดขั้นตอนการดำเนินงาน
Inception Report
Final Version [[1]]
Presentation from National Seminar (21st Decembar 2007)
Draft final report
- Nuclear [[9]]
ติดต่อกับคณะผู้ศึกษาวิจัยได้ที่ไหน?
- หัวหน้าโครงการ ดร.นเรศ ดำรงชัย (e-mail address: nares(at)tmc.nstda.or.th)
- หัวหน้่าโครงการร่วม ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ (e-mail address: kitipong(at)tmc.nstda.or.th)
- ที่ปรึกษาโครงการ รศ.ดร.ชาตรี ศรีไพพรรณ (e-mail address: chatri(at)nstda.or.th) และ ดร.ญาดา มุกดาพิทักษ์ (e-mail address: yada(at)nstda.or.th)
