r17 - 03 Aug 2012 - 16:10:08 - RillaPollyYou are here: ITS Wiki >  Main Web  > TWikiUsers > PassakonPrathombutr > Car2Car

การสื่อสารระหว่างรถด้วยกัน และรถกับ Infrastructure

CVIS banner
การสื่อสารระหว่างเครื่องบินกับหอบังคับการหรือระหว่างเครื่องบินด้วยกันดูจะเป็นเรื่องปกติ เพราะมีมานานแล้ว แต่ถ้าหากรถจะสื่อสารในลัีกษณะเดียวกันนี้ ก็คงจะดูเป็นเรื่องแปลก เพราะคนขับก็พอจะมองเห็นรถรอบๆ ด้านได้ดีอยู่แล้ว เรามองเห็นไฟเบรคของรถคันหน้าแดงขึ้นมา ก็สื่อให้เราทราบดีอยู่แล้วว่ารถคันหน้ากำลังเบรค จำเป็นด้วยหรือที่ต้องสื่อสารกับรถคันอื่นๆ มากไปกว่านี้ ณ วันนี้อาจจะตอบได้ว่าไม่จำเป็น เพราะเราก็ใช้ชีวิตได้ตามปกติ หรือทนรับได้กับสภาพรถติด แต่ในอนาคตปริมาณรถเพิ่มขึ้น ติดขัดมากขึ้น เราอาจจะกลับมาตอบว่าจำเป็น แต่ก็ช้าไปแ้ล้ว ถ้ามองในแง่ดี การเตรียมตัวนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทาง ช่วยลดอุบัติเหตุ ก็ดูจะจำเป็นขึ้นมาเหมือนกัน เพราะความสามารถของคนขับมีแค่ที่เห็นรอบๆรถตัวเอง แต่เทคโนโลยีสามารถทำให้เรามองเห็นกว้างไกลไปกว่านั้น ข้อมูลรถติด ข้อมูลฝนตก ข้อมูลอุบัติเหตุ ที่เกิดขึ้นในเส้นทางของเรา หากเรารู้ล่วงหน้าและหลีกเลี่ยงได้ก็คงจะดีไม่น้อย เป็นเรื่องที่น่าคิดว่าหากรถสามารถสื่อสารกับ Sensor หรือศูนย์้ข้อมูล หรือสื่อสารระหว่างรถด้วยกันได้ จะมีนวัตกรรมอะไรเกิดขึ้นมาบ้างในแวดวงของการจราจรและขนส่ง การสื่อสารที่กล่าวถึงนี้มิใช่เพีียงการสื่อสารระหว่างคนขับด้วยกันผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือการฟังวิทยุรายงานจราจรเท่านั้น แต่จะมีเครื่องมือที่ช่วยเป็นสื่อกลางในการสื่อสาร และเครื่องมือที่จะนำเสนอต่อผู้ขับ ซึ่งจำเป็นต้องมีมาตราฐานร่วมกันระหว่างผู้ผลิตและผู้สร้าง Infrastructure วิธีหนึ่งที่จะทำให้เกิดความร่วมมือนี้ก็โดยการร่วมโครงการกัน

ในต่างประเทศความคิดที่จะให้มีการสื่อสารระหว่างรถ V2V (Vehicle to Vehicle) ในรถ (In-Vehicle) และระหว่างรถกับตัวรับส่งข้อมูลนอกรถ V2I (Vehicle to Infrastructure) เป็นเรื่องที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก ในปัจจุบันมีโครงการและมีมาตรฐานว่าด้วยเรื่องเหล่านี้อยู่มากมาย เพียงแต่ยังอยู่ในขั้นทดสอบ และอีกไม่นานก็จะ่ถูกนำมาใช้งานจริง ตัวอย่างเช่น การประยุกต์ใช้งานด้านความปลอดภัย เมื่อรถคันหน้าพบสิ่งกีดขวางหรือประสบอุบัติเหตุ ก็จะแจ้งเตือนไปยังรถในระแวกนั้นหรือรถคันหลังๆที่ตามมาเพื่อให้ระวังและให้หลีกเลี่ยงอุบัติเหตุนั้นได้ทันท่วงที หรือการสื่อสารระหว่างรถพยาบาลกับสัญญาณไฟจราจรเพื่อควบคุมให้ได้สัญญาณไฟเขียวตลอดเส้นทางในยามเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เป็นต้น ผู้เขียนได้พยายามรวบรวมโครงการสื่อสารระหว่างรถและรถกับ Infrastructure นอกรถที่สำคัญๆ มาแนะนำให้รู้จักกันดังนี้

โครงการในต่างประเทศ

C2CCC (Car to Car Communication Consortium)
เป็นการรวมกลุ่มของอุตสาหกรรมผู้ผลิตรถยนต์ และอปุกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในกลุ่มสหภาพยุโรป เพื่อกำหนดมาตราฐานของยุโรป ในการสื่อสารระหว่างยานพาหนะ รวมทั้งการเชื่อมโยงกับโครงการประยุกต์ด้าน ITS ต่างๆของยุโรป ประเภทของการสื่อสารประกอบด้วย 3 โหมดคือ 1.การสื่อสารระหว่างรถด้วยกัน(Car2Car) 2. การสื่อสารระหว่างรถและโครงสร้างพื้นฐาน (Car2Infrastructure) และ 3.การสื่อสารภายในตัวรถ(InCar?) โดยอาศัยเทคโนโลยีไร้สายได้แก่ 802.11p, a/b/g และ UMTS ดังแสดงในรูปที่ 1 ซึ่งก็ไม่ใช่โปรโตคอลที่คิดขึ้นมาใหม่
c2cc protocol architecture
รูปที่ 1 แสดงสถาปัตยกรรมของ C2CCC
จากรูปที่ 1 สังเกตได้ว่าในส่วนของ Network และ Transport Layer (สีน้ำเงิน) จะมีสองทางเลือกคือ C2C และ IP (Internet Protocol) ทั้งนี้เพราะ Application ที่อยู่ข้างบนมีหลากหลาย ถ้าเป็นประเภท Active Safety Application จำเป็นต้องใช้ C2C protocol ซึ่งออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อรองรับงานพื้นฐานที่ตอบสนองเร็ว แต่เพราะโลกปัจจุบันเกือบทุกสิ่งทุกอย่างได้ออกแบบมาให้เชื่อมโยงเข้าอินเทอร์เน็ต เพื่อความง่ายต่อการเชื่อมโยงกับอุปกรณ์หรือโปรแกรมอื่นๆ C2CCC จำต้องผนวก IP เข้ามาเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง และเพื่อตัดข้อจำกัดของ IP รุ่นปัจจุบัน (IP version 4) เรื่อง Address space และ Mobility ดังนั้น C2CCC จึงเลือกใช้ IP รุ่นที่ 6 (IPv6) ซึ่งคาดว่าจะเป็นที่แพร่หลายเมื่อมีการใช้งาน C2C อย่างจริงจังในอนาคต ในส่วนของความถี่ที่ใช้จะอยู่ในช่วง 5.855-5.925 GHz ดังแสดงในรูปที่ 2 ซึ่งในประเทศไทยต้องผ่านการพิจารณาของกทช.ก่อน c2cc freq allocation
รูปที่ 2 แสดงช่วยความถี่ที่ใช้ใน C2CCC

CALM Continuous Communication Air-Interface Long and Medium Range
CALM เป็นมาตรฐานของ ISO TC204 อยู่ใน Working Group ที่ 16 มีแนวคิดหลักคือการกำหนดมาตรฐานกลางของ Service Access Point (SAP) ซึ่งเป็น interface หรือจุดเชื่อมระหว่าง Layer ต่างๆใน Network protocol stack ทำให้ Layer ข้างบนสามารถเรียกใช้บริการจาก Layer ข้างล่างโดยไม่ต้องคำนึงว่า Layer ข้างล่างจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร เพราะจะคุยกันผ่า่น interface กลางตามมาตรฐาน CALM ด้วยหลักการนี้ทำให้ Application layer ด้านบนเรียกใช้สื่อในระดับ Physical layer ได้อย่างอิสระ้ หรือไม่จำเป็นต้องรู้ด้วยซ้ำว่าสื่อที่ได้รับจัดสรรให้คืออะไร ปัจจุบัน Media ที่ถูกบรรจุในมาตรฐาน CALM ได้แก่ Cellular 2G, 3G, IR, W-LAN, Milimeter wave, Microwave, DSRC, W-MAN, Wired line, Broadcast radio และ PAN นอกจากนี้ในขณะที่รถวิ่งไป หากมีการเปลี่ยนสื่อเช่นจาก 3G มาเป็น Microwave แทน CALM ก็จะจัดการเรื่องการข้ามย้าย Media ให้อีกด้วย (Seamless Media handover) รูปที่ 3 แสดงสถาปัตยกรรมของ CALM ซึ่งประกอบด้วย entity 3 ประเภทคือ 1. CALM Management Entity ที่ทำหน้าที่เลือก Media ที่เหมาะสม 2. Network Management Entity ที่ทำหน้าที่ควบคุม Mobility และการ handover โดยอาศัย IPv6 เป็นหลักเช่นเดียวกับ C2CCC และ 3. Interface Management Entity ที่ทำหน้าที่จัดการไม่ให้เกิด Interference ระหว่าง Media ในระดับ Physical layer แม้ว่า CALM จะอาศัย IPv6 แต่ในกรณีของเรื่อง Safety หรือเรื่องฉุกเฉินซึ่งไม่เหมาะกับ IP (เพราะอาจไม่การันดี delay time และ bandwidth) CALM ก็สามารถใช้กับ Non-IP network ได้เช่นกัน (อยู่ใน PWI29281) CALM architecture
รูปที่ 3 แสดงสถาปัตยกรรมของ CALM

EU-Funded Projects โครงการภายใต้กลุ่มสหภาพยุโรป
ภายใต้ FP6 EU ได้อนุมัติโปรเจคขนาดใหญ่ด้านการสื่อสารใน ITS หลายโปรเจคดังแสดงในภาพรวมในรูปที่ 4 EC Projects
รูปที่ 4 โครงการสื่อสารระหว่างยานพาหนะในยุโรป

  • CVIS Cooperative Vehicle-Infrastructure Systems
    CVIS มีผู้ประสานงานหลักคือ ERTICO เป็นโครงการ 4 ปีเริ่มตั้งแต่ 1 ก.พ. 2549 ด้วยงบประมาณ 41 ล้านยูโร ประกอบไปด้วย partner 60 รายจาก 12 ประเทศ มีวิสัยทัศน์เพื่อพัฒนาการสื่อสารไร้สายระหว่างยานพาหนะกับโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัย คำว่า Cooperative หมายถึงความร่วมมือระหว่างรถและ Infrastructure ซึ่งต้องประสานงานกัน ยิ่งรถให้ข้อมูลแก่ศูนย์จราจร(ประเภทหนึ่งของ Infrastructure)มากเท่าไหร่ ศูนย์จราจรก็มีข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำดีขึ้นเ่ท่านั้น ซึ่งศูนย์จราจรก็จะให้ information ที่ดีขึ้นย้อนกลับมาที่รถ ครบวงจร รถก็ได้ใช้ข้อมูลอันจะเป็นประโยชนต่อการเดินทางดียิ่งขึ้น
  • SAFESPOT
    SAFESPOT term papers helpหรือ Co-operative Vehicles and Road Infrastructure for Road Safety เป็นอีกหนึ่งโครงการภายใต้สหภาพยุโรป มีผู้ประสานงานหลักคือ Fiat Research Center ด้วยงบประมาณ 38 ล้านยูโร ประกอบด้วย partner 51 รายจาก 12 ประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทำความเข้าใจว่า Intelligent Vehicle และ Intelligent Road จะผนวกกันเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ด้านความปลอดภัยบนท้องถนนได้เช่นไร
  • Coopers
    Coopers หรือ Co-operative Systems for Intelligent Road Safety เป็นอีกหนึ่งโครงการของยุโำรป มีผู้ประสานงานหลักคือ AustriaTech? ด้วยงบประมาณ 16.8 ล้านยูโร ประกอบด้วย partner 37 รายจาก 14 ประเทศ โครงการ Coopers เป็นมีลักษณะคล้าย CVIS ตรงที่เป็นการประสานงานกันระหว่างรถและ Infrastructure โดยเน้นไปที่ความปลอดภัยบนถนน มีการติดตั้ง Sensor และ VMS เพื่อรับข้อมูลจราจร อุบัติเหตุและสภาพอากาศเพื่อรายงานมายังศูนย์ควบคุมแล้วแจ้งเตือนไปยังผู้ขับขี่ผ่าน VMS(Variable Message Sign) และ OBU(On-board Unit) โครงการ Cooper ดึงเอาผู้ประกอบการด้าน Telematics มาทำงานร่วมกับผู้วาง Infrastructure แทนที่จะต่างคนต่างทำหรือพัฒนาไปตามข้อจำกัดด้านทรัพยากรของตน แม้่ว่าผลของโครงการ Cooper จะช่วยให้ข้อมูลผู้ขับขี่่ได้แม่นยำและรวดเร็วรวมทั้งเป็นข้อมูลในการควบคุมจราจรหรือข้อมูลการเดินทางแก่รถขนส่งสินค้าได้ แต่ก็ต้องลงทุกติดตั้ง Sensor จำนวนมากในแต่ละ segment ไปตามถนนและเชื่อมด้วยสายสื่อสารตลอดเส้นทาง อีกทั้งต้องติดตั้ง VMS ในจุดสำคัญเช่นจุดเสี่ยงอีกหลายจุด

research paper wooden furniture скачать фотошоп SISTER
SISTER หรือ Satcoms In Support of Transport on European Roads (SISTER) เป็นโครงการสนับสนุนการใช้ดาวเทียมสื่อสาร ดาวเทียมเพื่อการนำทาง ร่วมกับการสื่อสารภาพพื้นดินเพื่องาน ITS ในลักษณะการสำรวจรูปแบบวิธีการผสานประโยชน์ร่วมกันของดาวเทียมและการสื่อสารภาคพื้นดิน มิได้มีการพัฒนา application ใหม่แต่อย่างใด โดยโครงการ SISTER มีสถาปัตยกรรมดังแสดงในรูปที่ 5 จะสังเกตไ้ด้ว่าโครงการ SISTER ใช้ CALM เป็น interface กลางและมีการใช้ Galileo Satellites ในการระบุตำแหน่ง ตัวอย่างของ Application ในโครงการ SISTER ได้แก่ e-Call, Digital Map Updating, Hazardous good tracking, PAYD insurance และ Remore vehicle diagnosis เป็นต้น SISTER Architecture
รูปที่ 5 แสดงสถาปัตยกรรมของ SISTER

นอกจากที่กล่าวมานี้ยังมีโครงการและโปรโตคอลอื่นๆที่น่าศึกษาได้แก่
WAVE Wireless Access in Vehicle Environment พัฒนาบนพื้นฐานของ IEEE 802.11p และ ASTM1609.
Network on Wheels (NoW)
SAVECOM
COMeSafety
ASV-3 Active Safety Vehicle Forum

การประยุกต์ใช้งาน

การสื่อสารระหว่างยานพาหนะและระหว่างยานพาหนะกับ Infrastructure เป็นสิ่งจำเป็นและใช้กันมานานในเรือเดินสมุทร และเครื่องบิน ในยุคปัจจุบันแนวความคิดเหล่านี้ได้ถูกนำมาประยุกต์เข้ากับรถบนท้องถนน โดยหลายโครงการในต่างประเทศได้เริ่มค้นคิดวิจัยกันว่าจะประยุกต์ใช้งานอะไรกันได้บ้าง มีข้อจำกัดอะไร มีเทคโนโลยีใดที่จะหยิบใช้ได้ในปัจจุบัน และต้องเตรียมเทคโนโลยีใดในอนาคต แน่นอนที่การสื่อสารเหล่านี้ต้องเป็น Wireless ไม่ว่าจะเป็น WiFi? 3G UMTS WiMax? WAVE Infrared Microwave Cellular Satellite เหล่านี้ถูกนำมาประยุกต์ใช้งานทั้งสิ้น โดยมีการคิด Interface และ Protocol ในระดับบนเข้ามาสวม บ้างก็หันไปใช้ IPv6 เพื่อตัดปัญหา IPv4 ทั้งหลายแหล่และเป็นการเตรียมรับมือ IP address ที่ต้องการใช้มากมายในอนาคต ในเรื่องของ Routing ก็หนีไม่พ้นเรื่อง MANET (Mobile Adhoc Network), NEMO (Network Mobility), MIP6(Host Mobility), MonAmi6?(MObile Node And Multiple Interface, Multi-homing)

จากโครงการในต่างประเทศจะสังเกตได้ว่าการประยุกต์ใช้งานจะเน้นไปใน 3 เรื่องใหญ่ๆ คือเรื่องความปลอดภัย เรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพ และเรื่องของความสะดวกสะบาย

  1. งานประยุกต์ด้านความปลอดภัย ที่เห็นได้ชัดคือการสื่อสารระหว่างรถเพื่อแจ้งอุบัติภัยจากรถคันหน้าสู่รถที่ตามมาหรืออยู่ในย่านเีดียวกันเป็นทอดๆ เพื่อให้ระมัดระวังหรือหลีกเลี่ยง นอกจากนี้ก็จะมีระบบ Advanced driver assistant system เช่นการแจ้งเตือนสำหรับคนขับ หรือระบบ Adaptive speed-limit ที่แจ้งความเร็วที่เหมาะสม ณ จุดต่างๆบนถนนเช่นทางโค้ง จุดที่มีอุบัติเหตุ ซ่อมทาง หรือจุดที่มีน้ำท่วมขัง ระบบ Emergency call
  2. งานประยุกต์ด้านประสิทธิภาพ เช่นเดียวกับการแจ้งอุบัติเหตุ แต่เป็นการแจ้งสภาพจราจรหรือสภาพอากาศเพื่อให้หลีกเลี่ยง นอกจากนี้ก็ยังประยุกต์ใช้ได้กับ ระบบจัดเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติ ระบบ Dynamic Bus lane ระบบ Insurance ประเภท Pay as you drive ระบบติดตามรถหาย Traffic management and Control ระบบ Fleet management ระบบติดตามรถขนส่งวัสดุอันตราย
  3. งานประยุกต์ด้านความสะดวกสะบาย การสื่อสารระหว่่างเพื่อนร่วมทางที่อยู่กันคนละคัน การใช้ Internet ความเร็วสูงในรถ การแ้จ้งความผิดปกติของเครื่องยนต์ไปที่ศูนย์ซ่อมอัตโนมัติ การจองที่จอดรถล่วงหน้าจากภายในรถ การ update ข้อมูลในรถเช่นแผนที่ดิจิตอล ระบบช่วยจอดรถ ระบบ Charging Settlement System

ข้อจำกัดของการสื่อสารระหว่างรถคือ การที่รถต้องเคลื่อนที่จำต้องอาศัยการสื่อสารแบบไร้สายโดยอาศัยคลื่นความถี่วิทยุ ปัญหาที่ตามมาก็คือการจัดสรรคลื่นความถี่ให้เท่าเทียมกัน ให้เหมาะสมไม่รบกวนกับงานอื่น เช่น คลื่นวิทยุที่ใช้สื่อสารระหว่างรถต้องไม่รบกวนอุปกรณ์พกพาทางการแพทย์เช่นเครื่องกระตุ้นหัวใจ เครื่องช่วยฟัง เป็นต้น ในประเทศไทยการจัดสรรคลื่นความถี่วิทยุจึงเป็นหน้าที่ของกทช.ซึ่งปัจจุบันก็ได้มีการศึกษาเรื่องคลื่นความถี่ในงาน ITS เพื่อให้มีมาตรฐานการใช้งานในประเทศ ปัญหาที่จะพบอีกประการหนึ่งคือ deployment เนื่องจากการสื่อสารจะได้ผลก็ต่อเมื่อมีการติดตั้งกับรถทุกคัน และมี Infrastructure ที่พร้อม แต่ในช่วงแรกซึ่งรถบางคันอาจยังไม่ติดตั้งระบบสื่อสารใดๆ ทำให้ระบบทำงานได้ไม่สมบูรณ์ จำต้องหาวิธีพัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไป หรือหาแรงจูงใจในการ deployment นอกจากนี้ก็จะมีปัญหาความปลอดภัยของเครือข่ายคล้ายๆกับอินเทอร์เน็ต เช่นเราจะเชื่อถือข้อมูลที่ส่งมาจากรถคันหน้าได้อย่างไร มีไวรัส มีการดักฟัง มีการปลอมแปลงข้อมูล มีการโจมตีหรือบุกรุกหรือไม่ เป็นวัฎจักรเหมือนที่พบในอินเทอร์เน็ตทุกวันนี้ ความเป็นส่วนตัวก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องปกป้อง คงไม่มีใครต้องการให้ผู้อื่นตรวจจับการเคลื่อนที่ของรถว่าไปไหนบ้าง แต่ขณะเดียวกันเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหรือรถหายเราก็อยากให้ผู้อื่นรู้ตำแหน่งเพื่อขอความช่วยเหลือ

งานวิจัยที่น่าสนใจ

งานวิจัยในต่างๆที่แสดงมานี้จำต้องนำมาศึกษาพิจารณาว่าเหมาะสมกับการจราจรและขนส่งของบ้านเราหรือไม่ งานวิจัยบางอย่างอาจจะก้าวไกลไปมาก แต่อาจจะไม่เหมาะหรือต้องลงทุนสูงและผลตอบแทนอาจจะไมุ่คุ้มค่าการลงทุน ความท้าทายของเราคือเราต้องหาเทคโนโลยีที่เหมาะสมและพอเพียงสำหรับการใช้งานในบ้านเรา ขอทิ้งท้ายไว้้ด้วยงานวิจัยที่น่าสนใจในเรื่องของ Wireless communication สำหรับ ITS ดังนี้ หัวข้อวิจัยที่น่าสนใจ
  • cash advance loans ephedrine deal | diskon | voucher
  • การปรับปรุงประสิทธิภาพการสื่อสารแบบไร้สายด้วยคลื่นวิทยุขณะที่รถวิ่งด้วยความเร็วที่ไม่คงที่
  • การศึกษาประสิทธิภาพของ 802.11p กรณีที่มีการใช้ในสภาพจราจรที่ัคับคั่ง จะต้องจัดสรรความถี่ หรือ priority อย่างไร
  • การทดสอบ traffic และ mobility model แบบต่างๆ
  • Network Protocol ใหม่ๆ ได้แก่ Epidemic dissemination, Scoped broadcast, Redundant forwarding control, Multihop routing, Network coding, Congestion control เป็นต้น
  • Security เราจะเชื่อถือข้อมูลจากรถคันอื่นได้แค่ไหน อย่างไร
  • Forensic Investigations เช่นถ่ายวิดีโอจากหลังคารถเพื่อเป็นหลักฐานในการเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุในคดีต่างๆ
  • Vehicle Grid ที่ใช้เป็นช่องทางสื่อสารกรณีเกิดภัยพิบัติ resume writers quick weight loss
  • Testbed เพื่อทดสอบใน environment ที่ต่างกันเช่น dense network หรือ sparse network
  • ความสัมพันธ์ระหว่าง IP Address กับ Vehicle Address
toggleopenShow attachmentstogglecloseHide attachments
Topic attachments
I Attachment Action Size Date Who Comment
jpgjpg c2cc-architecture.jpg manage 37.7 K 28 Jun 2007 - 08:09 PassakonPrathombutr  
jpgJPG c2c-freq.JPG manage 64.9 K 28 Jun 2007 - 08:29 PassakonPrathombutr  
jpgJPG CALM-arch.JPG manage 56.4 K 28 Jun 2007 - 11:59 PassakonPrathombutr  
jpgJPG EC-Projects.JPG manage 65.9 K 28 Jun 2007 - 12:25 PassakonPrathombutr  
Edit | WYSIWYG | Attach | Printable | Raw View | Backlinks: Web, All Webs | History: r17 < r16 < r15 < r14 < r13 | More topic actions
 
Powered by ITS Wiki
Copyright ©2014 by National Electronics and Computer Technology Center, NECTEC.
Ideas, requests, problems regarding ITS Wiki? Send feedback